
รีวิวคอลเลคชั่นล่าสุดตรงจากขอบเวที ELLE Fashion Week A/W 2010 ตอนที่ 2
Boudoir by Disaya - เป็นเพียงแบรนด์ Intimacy เพียงแบรนด์เดียวในหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นไทยที่มีโอกาสได้ขึ้นโชว์บนรันเวย์ใหญ่อย่าง EFW - เปิดตัวเมื่อปี 2005 ในฐานะของยังค์ ดีไซเนอร์ของเวที EFW เช่นกัน มาชั่วโมงนี้ถึงแม้จะคนจะจำภาพของแบรนด์ใหญ่ในเครืออย่าง Disaya ได้ชัดเจนกว่า แต่พัฒนาการของแบรนด์ชุดชั้นในสุดหรูนี้ ก็เดินทางมาไกลกว่าวันเริ่มต้น
อาจจะเป็นเพราะแบรนด์ชุดชั้นไทยใหญ่ยักษ์จากต่างประเทศ ได้เซ็ทมาตรฐานของรันเวย์ประจำปีของแบรนด์แคตตากอรี่นี้ไปแล้ว ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้บนรันเวย์ของ Boudoir เช่นกัน - เซ็ทติ้งชุดกาน้ำชาโอเวอร์ไซส์ประหนึ่งถูกยกออกมาจากวอนเดอร์แลนด์ของอลิซนั้น กลายเป็นแบ็คดร็อปใหญ่ของโชว์ที่ปล่อยตัวนางฟ้าสาวสวยในชุดสุดเซ็กซี่ออกมาทีละคนๆ บนสไตลิงค์แบบลูกแมวยั่วสวาท ผ่านชิ้นชุดชั้นใน บิกินี่ผ้าไหม ชีฟอง คุณภาพอิตาลี ไม่มีขึ้นผื่น สีสวยตกแต่งระบาย ระเบิดระเบ้อกันเต็มพิกัดจนไม่คิดว่าจะสามารถสวมใส่อะไรทับเข้าไปได้อีก (แน่นอนชุดเหล่านี้จะสวยที่สุดเมื่อสาวๆ ใส่ให้แฟนหนุ่มได้ดูกันสองต่อสองเท่านั้น) นับเป็นออฟเพอร์ทูนิตี้ใหม่สดสำหรับวงการซุปเปอร์สตาร์ไทย ที่ใจกล้าเปิดโอกาสให้แฟนๆ ละครได้รับชมเนื้อหนัง ผิวพรรณของดาราสาวแต่ละคน ตั้งแต่ พลอย บุณยศักดิ์, อรจิรา แหลมวิไล, วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ไปจนถึงโอซา แวง เมื่อบรรดาสาวๆ
พาหุ่นดี ไซส์แบบสาวไทย ไปปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางกองทัพนางแบบยุโรปหุ่นชะลูด น่าแปลกที่สุดท้ายแล้วความเซ็กซี่ของสาวๆ จอแก้วนั้น ฆ่าความจืดชืดสวยเย็นของฝั่งนางแบบผิวขาว หน้ากระซะหมดสิ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจริตแสนเซ็กซี่ที่พวกเธอบิวด์กันมาเต็มพิกัดตั้งแต่หลังเวที หรือเพราะนี่คือภาพใหม่ของรันเวย์แฟชั่นไทย ไม่ได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะนางแบบอีกต่อไป
27 Friday - อีกหนึ่งรันเวย์ที่ทั้งเต้นท์ถูกอัดแน่นไปด้วยแฟนๆ ของแบรนด์ (ที่ส่วนมากจะเน้นหนักไปทางชายหนุ่มร่างบาง ขาสลิม) มาในคอลเลคชั่นนี้ ชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์นำเสนอภาพสบายๆ ของงานปาร์ตี้ริมทะเล บนสะพานปลาไม้สีขาว ซึ่งเป็นปาร์ตี้ที่คงต้องใช้เรือสำราญขนแขกเหรื่อมาเท่านั้น เพราะทุกซิลลูเอท ทุกอิริยาบท มีครบให้คุณเลือกสรร ตั้งแต่กัปตัน ต้นหน กะลาสี สาวไฮโซที่แทคคู่มากับลูกสาว และชู้รักวัยหนุ่ม ไปจนถึงลากหนุ่มสาวชาวเกาะมาร่วมเฮโล สนุกสนานกับปาร์ตี้ฤดูหนาวครั้งนี้ด้วย 27 Friday ยังคงรักษามาตรฐานงานประดิษฐ์ เย็บปักถักร้อย แบบเซอร์ๆ ไว้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงงานผ้าพิมพ์สีสดบนแม็กซี่เดรสผ้าพริ้ว แบรนด์เดียวประจำซีซั่นวินเทอร์นี้ เรียกได้ว่าถ้าคุณยังติดลมกับเทรนด์แม็กซี่ของปีที่แล้วอยู่ มามองหาตัวใหม่ให้อุ่นใจได้ที่คอลเลคชั่นนี้ อีกทั้งสวมทับด้วยเซเลอร์เบลเซอร์ขลิบลายของแฟนหนุ่ม ที่มีมาให้เลือกอย่างจุใจ
ทางฟากฝั่งชายหนุ่มนั้น ก็ขนความเซ็กซี่มาเต็มพิกัดเช่นกัน เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด กางเกงเข้ารูป รองเท้า Shoestring ตัดต่อลาย ไปจนถึงแคนวาสแซนดัล เป็นการมองตีโจทย์ซีซั่นแบบเอาใจฝั่ง local มากๆ เพราะคงไม่มีช่วงไหนไปปาร์ตี้ริมทะเลไทยได้สุขสันต์เท่ากับช่วงฤดูหนาวปลายปี
เรารู้สึกได้ถึงอาการเก็บกั๊กเซอร์ไพรส์เอาไว้ของรันเวย์ 27 Friday เป็นไปได้ว่า ความเด็ดใหม่ที่แท้จริง อาจจะไปปรากฏบนรันเวย์ 27 November แบรนด์น้องชายที่วางไว้ออกเดินคอลเลคชั่นใหม่บนรันเวย์ใหญ่อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นได้ เพราะขึ้นว่าเป็น 27 November แล้วหละก็ คุณภาพความสดของการสไตลิงค์ และแคสติ้งแบบนั้น รับประกันได้ถึงความแน่นเป็นทวีคูณที่จะเกิดขึ้นในเต้นท์แฟชั่นโชว์แน่นอน
Vatit Itthi - อีกหนึ่งผลผลิตจากเวที ยังค์ ดีไซเนอร์ของ EFW วทิต วิรัชพันธุ์ และ อิทธิ เมทะนี ภายใต้นามของ Vatit Itthi ที่หลังจากเปิดตัวต่อแฟชั่นซีนกรุงเทพฯ อย่างสวยหรูเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็ยังคงมีผลงานโชว์บนรันเวย์ที่ฟูมฟักเค้าทั้งสองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
คงไม่ต้องเท้าความถึงประวัติ และดีกรีความสามารถของทั้งสองอีกแล้ว จากอดีตลูกมือของกูตูร์บูติค และคอสตูมดีไซเนอร์ประจำเมืองชิคาโก มาจนถึงชั่วโมงนี้ วทิต และ อิทธิ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และฝีมือจนรู้ว่า - จริงๆ แล้วผู้หญิงไม่ต้องการอะไร มากไปกว่า ชุดเสื้อผ้าสวยๆ คัทติ้งดีๆ ที่ใส่ใจทุกตะเข็บ และที่สำคัญ มันต้องทำให้เธอสวยสง่าที่สุดในช่วงเวลานั้น
มาจนถึงคอลเลคชั่นล่าสุดที่ทั้งสองบอกว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากชาวเผ่าพื้นเมืองทางภาคเหนือของไทย แต่ชาว Chicster จงลืมภาพของงานคอสตูม และเครื่องหัวเงินขัดชิ้นโตไปให้หมด เพราะงานฝีมือของ V-I นั้นแค่เล่าเรื่องราวของเผ่าพื้นเมืองผ่านทางโทนสีแดง ดำ เทา ขาวเงิน ครีม และโครงเสื้อเท่านั้น ที่เหลือในคอลเลคชั่นคือความหรูหราของงานฝีมือ ตัดเย็บ และเทคนิคการวางผ้าแบบสวยหยด
ในเมื่อการที่จะเข้าถึงความมหัศจรรย์ของทั้งคอลเลคชั่นได้ คงต้องอาศัยการได้นั่งดูรอยฝีเย็บตะเข็บอย่างใกล้ชิดบนที่นั่งแถวหน้าของรันเวย์ หรือไม่ก็ไปติดตามผลงานของทั้งคู่ที่บูติค Code10 แต่สิ่งที่จะยืนยันในนาทีนี้ ในความอัจฉริยะของทั้งคู่ได้ก็คือ ภาพของสองหัวเรือใหญ่แห่ง EFW อย่าง กุลวิทย์ เลาสุขศรี และ สิรี อุดมฤทธิรุจ นั่งคุย แลกเปลี่ยน แนะนำไอเดียว่าจะชอบคอลเลคชั่นชุดราตรีสุดหรูนี้ของ วทิต อิทธิเพียงใด...ซึ่งไม่ได้หาดูได้ง่ายๆ จากรันเวย์อื่นๆ
Nagara - ถ้าในชั่วโมงนี้เราจะถามถึงดีไซเนอร์ที่มีความสามารถในการตีความคอนเซ็ปต์ และการประยุกต์ ผ้าไหมไทย ออกมาได้อย่างสุดขีด และเฉพาะตัวที่สุด รับรองว่าชื่อของ นคร สัมพันธรักษ์ ไม่มีทางตกจากทำเนียบความอัจฉริยะไปแน่นอน จะไม่มีคำว่าเทรนด์ ไม่มีคำว่ากระแสบนรันเวย์ของ Nagara เพราะทุกลุคเกิดจากทดลอง คิดค้นเทคนิคใหม่ๆ ของแบรนด์ ผ่านการจับมือกับดีไซเนอร์ผ้ารุ่นใหม่หลากหลายคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่มุมมองของ นคร วางเอาไว้
ล่าสุดที่รันเวย์ EFW นคร และ Nagara ส่งคอลเลคชั่นใหม่ที่ทำขึ้นเพื่อโชว์เทคนิคพิเศษละลานตาของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นงานมัดย้อมผ้าไหมที่ให้ลายสวยสุดเซอร์ หรือจะเป็นงานปักเลื่อมสีสดบนผ้าไหม และชีฟองบอบบาง จนเกิดคำถามกับบรรดาเอดิเตอร์แถวหน้าหลายคนที่ได้ชมโชว์อย่างใกล้ชิดว่า พี่ต้อย (นคร) ย้อมผ้าด้วยเทคนิคไหน สีถึงได้สดและสวยแน่นขนาดนั้น)
Chicster อย่างเพิ่งคิดเตลิดไปว่าภาพรวมของคอลเลคชั่นจะออกมาเป็นงานคลาสสิค โชว์งานฝีมือที่มักจะเห็นกันตามงานการกุศล เพราะออทั่ม วินเทอร์นี้ของ Nagara เป็นเรื่องของ พังค์ เท่านั้น...ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด พังค์เป็นใจความหลักที่ปรากฎอยู่ทั่วทุกลุคในคอลเลคชั่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นสไตลิงค์ผมเกรอะกรังสุดเซอร์ หรือจะเป็นเมคอัพเขียนขอบตาข้างเดียว การผูดมัดพันธนาการโครงเสื้อหลวมด้วยสายหนังตอกหมุด และรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ หนังมันวับบนทุกลุคของผู้ชาย ปิดท้ายด้วยทีมนักกายกรรมชุดผ้าไหมดำบนรองเท้า Kangaroo Jump!!
ถ้าพูดถึงความเป็นไปได้ในการสวมใส่ได้จริง ของคอลเลคชั่นนี้ ความกล้า และเซ้นส์ทางสไตลิงค์ส่วนตัวนั้น อาจจะจำเป็นอยู่มากโข แต่ถ้าเราจะพูดถึงมุมมองของดีไซเนอร์ ที่ไม่หยุดคิด ฉีกขนบธรรมเนียมเดิมของการใช้ผ้า ออกจากกรอบจนหมดสิ้น เหลือไว้แต่งานโชว์เทคนิคที่สมควรจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มักจะฝักใฝ่กับการทดลองหาโครงเสื้อ และการสไตลิงค์ใหม่ๆ จนลืมไปถึงใจความสำคัญอย่างการใส่ใจเรื่องวัตถุดิบ... 4x4 MAN by S’fare - เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่สองอาทิตย์ที่แล้วว่า นี่เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นที่หลายๆ คน รวมไปถึงกองบรรณาธิการ ChicMinistry อยากดู และน่าจับตามองที่สุดโชว์หนึ่ง ถึงกับว่านี่คือหนึ่งตารางโชว์ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ปราบเซียน ที่อัดเต็มไปด้วยเอดิเตอร์ สไตลิสต์ บายเออร์ ช่างภาพ และคนในวงการแฟชั่น ที่มาร่วมเชียร์ดีไซเนอร์ที่พวกเค้ารัก และหวังใจจะให้เป็นอนาคตของวงการแฟชั่นไทยต่อไป ไม่นับรวมถึงแฟนๆ สาวก ที่ติดตามผลงานของเค้ามาตั้งแต่สมัยเป็นฮ็อตทรีโอในนามของ Headquaters และนี่คือคอลเลคชั่น Menswear สุดเท่จาก ภัทรศรันย์ ศรีเลื่อนสร้อย กับ 4x4 MAN ขึ้นชื่องานที่ผ่านมือ และตาของภัทรศรันย์แล้ว ก็ประหนึ่งได้รับการรับรองคุณภาพด้วยมุมมองสุดเฉียบของเค้า และทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชั่นที่ผ่านการรีเสิร์ชคอนเซ็ปต์อย่างแน่นปึ๊ก หรือตัวโชว์ที่ได้พ่อมดแห่งวงการไลท์ติ้งดีไซน์อย่าง Jiro Endo มาช่วยดูแลให้ กับงานสไตลิงต์ และแคสติ้งของ อนันดา ฉลาดเจริญ สไตลิสต์อิสระที่ขึ้นชื่อว่าใส่ใจรายละเอียด และความสดของผลงานเป็นที่สุดคนหนึ่งของวงการ
เพราะฉะนั้น ไว้ใจได้เลยว่าทุกชิ้นเดบิวท์คอลเลคชั่นของ 4x4MAN ถึงแม้จะถูกจับอยู่ในร่างของนายแบบ ผอม สูงชะลูด แสนเท่ แบบที่พวกเราเกิดอีกกี่ชาติก็คงเป็นไม่ได้นั้น จะต้องกลายเป็นไอเทมร้อนของวงการ จนทำให้หลายๆ คนอาจจะต้องยอมกลับตัวกลับใจเข้าสู่วินัยการกิน และออกกำลังกายอีกครั้ง เพื่อจะได้อยู่ในคอนดิชั่นที่สามารถสวมใส่คอลเลคชั่นนี้ได้อย่างสวย
ไม่ต้องพูดถึงว่าชื่อของ S’fare แบรนด์ชุดทำงานคลาสสิคในเครือ CMG ของเซ็นทรัลกรุ๊ปนั้น จะกลับขึ้นมาเป็นชื่อพิเศษที่ทุกคนพูดถึงอีกครั้ง (หลังจากถูกลืม และเก็บเงียบไว้ในแผนกเสื้อผ้าเสื้อบุรุษเท่านั้น) เพราะด้วยไอเทมชิ้นง่ายของแบรนด์ถูก ภัทรศรันย์ และคณะ เปลี่ยนโฉมซะใหม่ด้วยการสร้างคอนเซ็ปต์ Hyper Urban เข้าครอบคอลเลคชั่นซะ ชุดสูทเข้ารูป รองเท้าเดอร์บี้ตัดต่อทูโทน เทรนช์โค้ตตัวยับ และคาร์ดิแกนทอลายตาราง จึงกลายเป็นภาพใหม่ของแบรนด์คลาสสิคนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
Curated by Ek Thongprasert - งานคอลเลคชั่นลดทอนความ คอนเซ็ปต์ชวล ของ เอก ทองประเสริฐ นั้น เห็นได้ชัดว่าหลังจากคลุกคลีอยู่ในธุรกิจแฟชั่นไทยมาระยะหนึ่งแล้ว เอกอาจได้พบว่า สุดท้ายรูปแบบการบริโภคแฟชั่นของประเทศบ้าเกิดเมืองนอนของเค้านั้น ต่างจากประเทศที่ฟูมฟัก เพาะบ่มฝีมือเค้าขึ้นมา
แต่อย่างน้อย ผลงานของอดีตนักเรียนสถาปัตยกรรม ที่ผันตัวมาเป็นดีไซเนอร์ด้วยการหันไปศึกษาด้านแฟชั่นดีไซน์ที่เมืองอานท์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม นั้น ก็ได้วางมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยังค์ ดีไซเนอร์ไทยว่า แค่การศึกษาคอร์สแฟชั่นระดับมหาลัย รักสนุกในการแต่งตัว และติดตามอ่านนิตยสารแฟชั่นต่างประเทศอย่างเป็นประจำ นั้น ไม่ได้ช่วยทำให้คุณเป็นดีไซเนอร์ที่ดีได้ หากแต่จะต้องฝึกฝนเรื่องการตีความ และมุมมองทางแฟชั่น ให้สดใหม่ และแยบคายตลอดเวลา
เช่นเดียวกับคอลเลคชั่นตัดทอนความ แนว ล่าสุดนี้ของ เอก เพราะถึงแม้หลายชุดอาจจะสวมใส่ไม่ได้จริง ทั้งในชีวิตประจำวัน และช่วงเวลาพิเศษ (ประหนึ่งว่าถูกทำขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปในแฟชั่นเซ็ทเท่านั้น) แต่ทุกชิ้นก็ถูกกรองคัดแล้วซึ่งไอเดียใหม่ๆ
รวมไปถึงการทดลองคิดค้นนำเทคนิคการทอพรมผ้า มาดัดแปลงเป็นงาน Applique ตกแต่งบนชิ้นเดรส หรือการดัดแปลงโครงสร้างของชิ้นสูทคลาสสิคมาประติดประต่อซะใหม่ในคอลเลคชั่น Menswear ของเค้า ผ่านทางไลท์ติ้งง่ายๆ แต่สวยสะบัด
ฝีมือของช่างภาพแฟชั่น พันธ์สิริ สิริเวชพันธ์
ChicMinistry มองว่าการเดินทางในวงการแฟชั่นไทยของเอกนั้น เพิ่งมาถึงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากผ่าน Episode Pilot มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าหากต่อไป เอก ได้รับการดูแลเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาด และพีอาร์เป็นอย่างดีแล้วหละก็ อนาคตของแบรนด์ที่จะกลายเป็นขวัญใจมหาชนก็คงสดใส ไม่ไกลเกินคว้า...
|