Central Plaza Facebook Central Plaza Twitter
Home
Event and Activities
Promotion
Shopping Guide
Shopping Directory
Communities
Member and Privilege
Our Service
About us
Tourist
  Fashion





รีวิวคอลเลคชั่นล่าสุดตรงจากขอบเวที ELLE Fashion Week A/W 2010

 Greyhound Original - ถ้าระยะเวลา 10 ปี เปรียบได้หลักไมล์การเดินทางเล่าเรื่องความเป็นมาของหนึ่งแบรนด์ แฟชั่นไทย รุ่นใหญ่... รันเวย์โชว์ล่าสุด ฉลอง 30 ปีแห่งความเรียบเท่ของ Greyhound Original จึงถูกแบ่งตอนออกเป็น 4 หลักช่วง อย่างชัดเจน เพื่อให้ทั้งสาวกรุ่นเก่าได้ร่วมย้อนรำลึกถึงวันวาน จุดเริ่มต้นของแบรนด์สุดคูลนี้ ในขณะเดียวกันสาวกรุ่นใหม่ไฟ (และกำลังซื้อ) แรงก็จะได้มองเห็นความเป็นมาของแบรนด์ (ซึ่งจะถูกบันทึกไว้ใน ’Basic with a Twist’ หนังสือประวัติความเป็นมาของแบรนด์ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้)

ช่วงเวลา 1980, 1990, 2000 และ ปัจจุบัน คือการเล่าเรื่องของโชว์ วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ ดีไซเนอร์ประจำแบรนด์กล่าวถึงโชว์เปิดงาน EFW ครั้งนี้ เริ่มต้นตั้งแต่เซ็ทแรกที่เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์สุดคูลประจำกรุงเทพฯ เสื้อยืดเจอร์ซี่พิมพ์ลายโลโก้ดั้งเดิมของแบรนด์ ถูกแมทช์กับเดนิมเอวสูง ไปจนถึงเสื้อคอตต้อนเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง เมื่อก่อนเราไม่สามารถหาผ้าคอตต้อนเนื้อดีมาทำเสื้อเชิ้ตได้ เราถึงกับต้องไปซื้อผ้ามาจากโรงงานผ้าปูที่นอนมาตัดเสื้อเชิ้ต ภาณุ อิงคะวัติ หัวเรือใหญ่ของแบรนด์เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของเสื้อเชิ้ตคัทติ้งสวย ซึ่งต่อมากลายเป็นไอเทมที่บรรดาคนแฟชั่น และวงการโฆษณาทุกคนต้องมี
 
เมื่อมาถึงช่วงที่สองพาเหรดนางแบบ นายแบบในลุคแบบ secret agent โอเวอร์ไซส์เทรนช์โค้ทสีน้ำตาลคาเมล เดินกันออกมาผ่านลำแสงเลเซอร์ และไลท์ติ้งดีไซน์ ฝีมือพ่อมดจัดแสงชาวญี่ปุ่น Jiro Endo เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าจากแบรนด์เสื้อเรียบๆ เดนิมง่ายๆ ได้พัฒนามาสู่แบรนด์แฟชั่นอย่างเต็มตัว ดั่งเป็นการจำลองภาพรันเวย์ของแบรนด์สมัยจัดที่ตึกชาญอิสระ - จนกระทั่งโชว์ทั้งหมดถูกคลี่คลายเข้าสู่ช่วงที่สาม ช่วงที่ภาพของแบรนด์ถูกสื่อออกมาเป็นแฟชั่นแบรนด์แถวหน้าอย่างเต็มตัว เมื่อองค์ประกอบของคำว่าแฟชั่นไทยในยุคนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการแต่งตัวตามแบบดารา และภาพยนตร์อีกต่อไปแล้ว การรุกคืบเข้ามาของสื่อสมัยใหม่ทำให้คำว่า แฟชั่น จากทั่วโลก ไหลเข้ามาสู่วงการแฟชั่นไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งแบรนด์ที่ต้องไหลตัวตามยุคสมัยอย่างเกรฮาวด์อีกด้วย เพราะฉะนั้น การสไตลิงค์ เพื่อบ่งบอก แสดงออกถึงปัจเจกจากแฟชั่นจึงถูกเติมแต่งเข้ามาในคอลเลคชั่นอย่างชัดเจน แอสเซสเซอรี่ กระเป๋า รองเท้า กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาพคอลเลคชั่น และแบรนด์สมบูรณ์แบบมากขึ้น

เมื่อมาถึงช่วงสุดท้าย เอคคลูซีฟพรีวิวแรกของคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2011 ก็ปรากฏสู่สายตาของผู้ชมทุกคนเป็นครั้งแรก บ่งบอกถึงสเตทเม้นต์ใหม่ของแบรนด์ที่จะก้าวต่อไปในปีที่ 31 ที่จะเกิดขึ้นในซีซั่นหน้า งานสไตลิงค์จัดแบบแฟชั่นยุค 2000-2010 ถูกปลดออก คลี่คลายกลายเป็นงานดีไซน์ล้ำยุค ผสมผสานงานศิลปะ เทคโนโลยี และกระแสสังคมอย่างที่เกรฮาวด์ถนัด และทำได้ดีเสมอมา โครงเสื้อซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในฟอร์มเรียบง่ายอย่างเดรสทรงเอ หรือชุดหมีอัดพลีท รวมไปถึงลายพิมพ์พาโนราม่าสีสดกลายเป็นเทคนิคใหม่ที่เกรฮาวด์นำเสนอ หลังจากที่ทีมดีไซน์ (ชุดใหญ่) ฟิตซ้อม ฝึกฝน ให้เข้าขากันมาเป็นอย่างดี กระเป๋าหนังสุดหรูถูกแทนที่ด้วยเป้สะพายหลังวัสดุสุดเทคโนอย่างโฟมอัด ซึ่งก็น่าจะเป็นแมสเสจที่ชัดเจนจากเกรฮาวด์แล้วว่า การเดินทางเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์ได้เริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว

อย่างที่กล่าวเอาไว้เมื่อตอนต้นว่าหลักไมล์การเดินทางของแบรนด์ ที่เดินทางมายาวไกล 30 ปีนั้น นอกจากจะแสดงให้เราได้เห็นถึงพัฒนาการของแบรนด์แฟชั่นไทย ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ และจุดเริ่มต้นของอีกหลายแบรนด์ และบุคลากรทางแฟชั่นของวงการนั้น เราคงต้องยอมรับว่าการเดินทางของเกรฮาวด์นั้น ได้กำหนดเทรนด์ และสไตล์ทางแฟชั่นให้กับเหล่าบรรดาคนรักแฟชั่น เป็นหลักให้เดินตาม ไม่หลงทางไปไหนได้เป็นอย่างดีเสมอมา
 
 Kloset Red Carpet - เพราะชื่อเสียงระดับจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองของแบรนด์สาว (และหนุ่ม) หวานประจำแฟชั่นไทยนั้น ก็เพียงพอจะทำให้โชว์ที่สองของ EFW กลายเป็นโชว์ที่แน่น และหาบัตรเข้าชมยากเป็นอันดับต้นๆ ได้ เพราะเพียงแค่บรรดาสาวกประจำของแบรนด์ที่ทุ่มเทใจกันมาเชียร์ดีไซน์ทีมขวัญใจลูกค้าคุณหนูนิสิต นักศึกษาระดับเอคลาสกันแล้วก็แทยจะไม่มีที่เหลือพอให้เซเลบสาวสวยระดับแถวหน้า และแฟชั่นเอดิเตอร์นั่งชมโชว์ในเต้นท์กันแล้ว

 ภาพบรรยากาศของโบสถ์ยุคโกธิคถูกจำลองไว้ในรันเวย์ สเตนกลาส โรสวินโดว์ หมอกควัน แสงขมุกขมัวต่างก็เป็นบริบทที่ Kloset ต้องการจะสื่อให้ชัดถึงคอลเลคชั่นที่สุด ว่าแล้วขบวนพาเหรดหญิงสาวบาปหนาก็เดินออกมาสารภาพบาปกันตรงสุดปลายรันเวย์

ไม่ต้องพูดถึงว่าไอเทมสิ่งละอัน พันละน้อยต่างๆ ในคอลเลคชั่นถูกอัดแน่นมาเต็มสไตลิงค์ทุกพื้นที่ของร่างกาย นอกเหนือจากชิ้นเดรส เบลาส์ กระโปรง กางเกงขาสั้นพิมพ์ ปักลายประจำคอลเลคชั่นของแบรนด์แล้ว กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องหัวยุโรปยุคกลางยังถูกจับมาสไตลิงค์เพิ่มเพื่อเล่าเรื่องเข้าไปอีกด้วย นับเป็นความอัจฉริยะอีกอย่างหนึ่งของทีม Kloset ที่สามารถกลมกล่อมส่วนผสมของลุคต่างๆ เพื่อเล่าเรื่องราวคอนเซ็ปต์ได้อย่างถนัดมือ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว แค่เพียง

สวมเดรสปักลายสวยหยดของแบรนด์ตัวเดียว ก็เพียงพอต่อการสร้างลุคสวยจนใครๆ ต้องหันมอง...
เพราะตัวเอกของเรื่องอย่างลายปักพิมพ์โรสวินโดว์ถูกกระจายไปตามไอเทมชิ้นต่างๆ อย่างทั่วถึง เรียกว่าถ้าสาวกของแบรนด์คนไหนคิดจะสะสมลายพิมพ์ประจำคอลเลคชั่นของ Kloset ให้สมกับความตัวยงแล้วหละก็ การโละตู้เสื้อผ้าทุกๆ ซีซั่นน่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการที่เป็น Kloset Collector ระดับต้นๆ
 
เมื่อถึงจบโชว์ แขกทุกคนก็ได้รับบทเฉลยถึงที่มาของคอนเซ็ปต์สุดฉาวที่เล่าถึงการสารภาพบาปคดีฆาตกรรมของสาวสวยในครั้งนี้ ด้วย Madonna - Like A Prayer ซาวด์แทรคช่วงฟินาเล่ ที่สุดแสนจะชัดเจนทั้งทางด้านเนื้อหา และความง่ายในการเสพ ซึ่งน่าจะเป็นแมสเสจตรงจาก Kloset ถึงเหล่าสาวกประจำแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
 
 Zenithorial - ถึงแม้จะเป็นที่รู้กันว่าความคาดหวังถึงลุคใหม่ๆ ซิลลูเอทใหม่ๆ จากรันเวย์ Zenithorial นั้น คงเป็นไปได้ยากในชั่วโมงนี้ ในเมื่อดีไซเนอร์ อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ ยังคงยึดมั่นกับซิคเนเจอร์สำคัญของแบรนด์อย่าง มาสคูลีนเชิ้ตเดรส เจอร์ซี่พิมพ์ลาย กระเป๋าโฮโบ้ และ...ทีมชายหนุ่มกับเสื้อผ้าน้อยชิ้นโต้ลมหนาวยะเยือกในเต้นท์แฟชั่นวีค ก็ทำให้แฟนๆ ของแบรนด์มั่นใจได้ว่ารันเวย์ Zenithorial จะต้องมีทุกสิ่งที่พวกเค้าถวิลหา และเฝ้าติดตามอยู่ทุกซีซั่นอย่างแน่นอน

 เปิดโชว์ด้วย ดนตรีอยู่คู่แฟชั่น รันเวย์ดีว่าคู่บุญอย่าง เจนนิเฟอร์ คิ้ม จึงจับมือกับฟักกลิ้งฮีโร่มาร่วมขับร้องซาวด์แทรคประจำซีซั่นคราวนี้ คลอไปกับพาเหรดคอลเลคชั่นใหม่ในดูจะมีกลิ่นอายของความเป็นร็อค (เจนนิเฟอร์ คิ้ม กับ ฟักกลิ้งฮีโร่??) มาก

ขึ้น วัสดุมันวาว และเดนิมถูกจับมาทำเป็นไอเทมชิ้นต่างๆ อย่างกางเกงเข้ารูป ทักซิโด้แจ๊คเก็ต สูท และชุดกระโปรง คั่นอารมณ์ด้วยกองทัพนุ่งน้อยห่มน้อยตามระเบียบให้พอซู่ซ่า ก่อนที่ทีมนางแบบ นายแบบ และรวมดาราออลสตาร์จะมาสรุปเรื่องราวของคอลเลคชั่นให้จบบริบูรณ์

 ในเมื่อนิยามคำว่า แฟชั่น ของ Zenithorial ถูกตีความไปเพื่อ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าหลักอันแสนเหนียวแน่น มากกว่าทดลองนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เราก็คงต้องยอมรับว่านี่แหละคือ ละคร และโปรแกรมวาไรตี้โชว์ช่วงไพรม์ไทม์ช่วงเย็นไปจนถึงหลังข่าวที่กวาดเรตติ้งจากคนดูกลุ่มใหญ่แฟนประจำได้อย่างอยู่หมัด อาจจะเบาด้วยเรื่องของไอเดีย และความสดใหม่ แต่อย่าลืมว่า ไอเดียแบบตีหัวเข้าบ้าน แบบนี้ ใช้ได้ผลเสมอ และรับประกันตัวเลขเรทติ้งได้ดีนักเชียว...
 
 Hook’s - เป็นอีกหนึ่งดีไซเนอร์ ที่เกิดมาในยุครุ่งโรจน์ของคำว่า Young Designer แต่หลังจากผ่านการล้มลุกคลุกคลานสร้างแบรนด์ และเดินโชว์อยู่หลายรันเวย์ เดินทางค้นหาสไตล์อันถูกต้องของตัวเองผ่านทางงานโฆษณา มิวสิควิดิโอ โชว์คอนเสิร์ต และอีเว้นต์ต่างๆ แล้ว นี่อาจจะเป็นคอลเลคชั่นแรกที่ทุกสื่อพร้อมใจกันพยักหน้าถึงสไตล์อันลงตัว และเข้าปากเข้ามือดีไซเนอร์เป็นที่สุด มาวันนี้ ประภากาศ อังศุสิงห์ พาแบรนด์ชื่อสั้นล่าสุดอย่าง Hook’s มาสู่รันเวย์อันเป็นความฝันของหลายๆ ดีไซเนอร์ แต่ในเมื่อคุณภาพของเวทีมันสูง ความกดดัน และความคาดหวังที่มีต่อคอลเลคชั่นก็ต้องสูงเป็นเงาตามตัวไปด้วย


 เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ภายใต้มือของประภากาศ งานดีเทลล้นๆ สไตล์พังค์  เมคอัพจัดๆ จึงกลายเป็นภาพแรกที่เกิดขึ้นในใจของผู้เข้าชมทุกคน เป็นที่รู้กันส่วนตัวพี่ๆ น้องๆ ในวงการว่านอกจากงานฝีมือสุดดรามาติคของประภากาศที่สามารถเนรมิตพร๊อพเหนือจริงอะไรก็ได้ขึ้นมาตามใบสั่ง และจินตนาการแล้ว เรื่องรสนิยมด้านการเสพดนตรีของเค้านั้นก็วิไลไม่แพ้ใคร ถึงชีวิตด้านงานโฆษณาบันเทิงของประภากาศจะเบนเข็มไปทางเส้นป๊อปสีลูกกวาด แต่ตัวตนที่แท้จริงของเค้านั้นกลับรัก และหลงไหลในดนตรีบริทร็อค อัลเทอร์เนทีฟเป็นที่สุด และเค้าก็เลือกที่จะหยิบมันมาผสมกับฝีมือส่วนตัวของเค้าในคอลเลคัชั่นนี้ นี่แหละเป็นเหตุผลว่าทำไม Hook’s ออทั่ม/วินเทอร์ 2010 จึงเป็นกู๊ดเซอร์ไพรส์ใหญ่สำหรับสื่อ และผู้ที่ติดตามผลงานของประภากาศมาโดยตลอด 

ทุกอย่างที่บ่งบอกความเป็นประภากาศยังอยู่ครบ เพียงแต่ดีเทลล้นๆ ที่ว่าถูกปรับมาใช้กับงานเดรปผ้าเนื้อแข็งโครงอย่างเมทัลลิคทาฟต้า เดรสสไตล์มือ-พา-ไปสีโทนเมทัลลิคก่ำอย่างทองเหลือง ทองแดง เขียวเข้ม และเทามืด หยอดด้วยสีนุ่มเย็นยะเยือกอย่างเขียวมิ้นท์ ไปได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อกับงานสไตลิงค์พังค์ๆ ตาข่ายปิดหน้าที่ถูกดัดให้ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เมคอัพแบบแวมไพรน์ และคอนแทคเลนส์ตาขาว ทำให้คอลเลคชั่นสุดดรามาติคของ Hook’s ในคราวนี้เป็นแฟชั่นโชว์ชั้นดี ที่ให้คุณภาพในเรื่องของการเล่าเรื่อง บรรยากาศ และดีเทลการออกแบบจริงๆ
 
 Senada - ในยุคที่ซุปเปอร์แบรนด์จากต่างประเทศรุกคืบเข้ามากินพื้นที่ส่วนแบ่งตลาดแฟชั่นไทย แบรนด์ที่จะได้รับการกระทบกระเทือนเป็นแนวแรกก็คือ แบรนด์ไทยระดับท็อปที่โพสิชั่นนิ่งตัวเองไว้ในระดับพรีเมี่ยมของตลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมุมมองใหม่ๆ ต่อตลาดแฟชั่นที่ภาพลักษณ์ และคุณภาพต้องมาควบคู่กันจนทำให้ปัจจัยเรื่องราคาเบาบางลงไป หรือจะเป็นการขยับตัวของกลุ่มลูกค้าวัยเด็กที่นับวันก็จะยิ่งมีกำลังซื้อสูงขึ้นจนสามารถเดินเข้าไปสู่โลกแห่งซุปเปอร์แบรนด์ได้ และ Senada ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์เหล่านั้น


 วิธีการขยับตัวปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของแบรนด์ไทยอื่นๆ นั้น นอกจากจะต้องใช้ทีมการตลาด และพีอาร์ระดับหัวกะทิที่จะช่วยกันบิ้วท์ภาพลักษณ์ และตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจนแล้ว การสร้างสะพานจากแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่แต่ละแบรนด์เลือกใช้ แล้วแต่ว่าตัวแบรนด์เองจะส่งทูตสันทวไมตรีเข้าไปนั่งอยู่ในใจของลูกค้ากระเป๋าหนักของตัวเองได้เก่งแค่ไหน (ดั่งที่หลายๆ แบรนด์เริ่มเปิดตัวดีไซเนอร์ ให้ลูกค้าได้เข้าถึงคาแรคเตอร์ของแบรนด์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น)

แต่สิ่งที่ Senada เลือกทำก็คือการปรับรูปแบบการดีไซน์ และคอลเลคชั่นให้ดูเด็ก และสดขึ้นตามรูปแบบของลูกค้าที่ปรับเปลี่ยนไป โดยอาจจะไม่ได้คำนึงว่าแท้ที่จริงแล้วการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์นั้น ต้องใช้อะไรมากกว่าการเปลี่ยนดีไซน์เพียงอย่างเดียว 

Across the Universe อ้างอิงตามซาวด์แทรคหลัก และบรรยากาศหลักของโชว์ล่าสุดที่ย้อมเต้นท์แฟชั่นให้เป็นท้องฟ้าจำลองแบบเบาๆ นั้นเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึงการสะดุดของแบรนด์ Senada แน่นอนว่าคุณภาพการดีไซน์ยังอยู่ครบถ้วนตามมาตรฐาน และชั่วโมงบินของแบรนด์ แต่หากอารมณ์และองค์ประกอบของคอนเซ็ปต์ต่างหากที่ทำให้เราหวลคิดไปถึงแบรนด์หญิงสาวสุด quirky อื่น ที่เพิ่งบรรยายเรื่องราวของการผจญภัยในอวกาศไปเมื่อไม่นานมานี้  สิ่งที่ขาดหายไปจากรันเวย์ Senada ในครั้งนี้ (และเป็นสิ่งที่เราเสียดายมาก) คือความ Sophisticate ที่ Senada ทำได้ดี ถึงดีที่สุดตลอดมาสไตลิงค์ที่ดูผิดที่ผิดทางอย่าง รองเท้าบู๊ทประดับพู่ และบู๊ทสูงกำมะหยี่นั้น ไม่น่าจะถูกใจสาว Senada ที่พิศมัยการสวมใส่ส้นสูงแบบสวมคู่เรียบสวยที่ไม่ต้องการมากไปกว่าหนังชั้นดี และการจับคู่สีสุดวิจิตร

 การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบตลาดผู้บริโภคอาจจะทำให้ Senada เขว และหลงทางอยู่ซักพัก แต่ด้วยดีกรีระดับมือวางอันดับหนึ่งของตัวแบรนด์ และดีไซเนอร์ ในเรื่องรสนิยมนั้น น่าจะทำให้แบรนด์สามารถคลำทางกลับเข้ามายืนในใจของแฟนๆ แบรนด์หรูสมาร์ทนี้อีกครั้ง

 เพราะถึงแม้ตัวเลขของอายุลูกค้าจะผันผวนเปลี่ยนแปลงไปทางทิศทางใด แต่อย่าลืมว่าสไตล์ที่ชัดเจนเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง และกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ การเดินทางที่ก้าวไปข้างหน้าของ Senada อาจจะมีกระตุก และเดินย้อนกลับวัยกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเดินทางเติบโตไปข้างหน้า พร้อมกับทิ้งร่องรอยแนวทางไว้ให้คนรุ่นใหม่เดินตาม เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสไตล์เข้ามาสู่ความถูกต้องชัดเจน ในอนาคตน่าจะเป็นแนวทางที่ดี และปลอดภัยที่สุดในเวลานี้
 
 K and I - การเลือกเปิดตัวแบรนด์ใหม่ แบบไร้การเกริ่นซึ่งแบคกราวด์ใดๆ ของแบรนด์ผ่านทางสื่อ อาจจะไม่ใช่วิธีการพีอาร์แบรนด์ที่ดีนัก เห็นได้ชัดจากจำนวนผู้เข้าชมเดบิวท์รันเวย์ของ K and I ที่ค่อนข้างจะบางตาอย่างเห็นได้ชัด เพราะเพียงแค่การพรีวิวคร่าวๆ ให้คนภายนอกได้รู้ว่า K and I คือแบรนด์ใหม่ภายใต้ร่มไม้ชายคาของแบรนด์ไทยกูตูร์อย่าง Kai แล้วหละก็ รับรองว่าความสนใจต่อแบรนด์จะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ
 ไม่ชัดเจนนักว่า K and I ต้องการจะตอบสนองตลาดกลุ่มใด แต่ดูจากโปรแกรมโน้ตที่แจกให้กับสื่อแล้ว บรรดาเซเลบ ดาราสาวรุ่นที่มาร่วมถ่ายแบบเป็น testimonial รวมไปถึงปรากฏตัวบนรันเวย์ ก็พอจะเดาได้คร่าวๆ ว่า หญิงสาววัยรุ่น 20-28 ปี น่าจะเป็นกลุ่มที่แบรนด์ต้องการจะสบตา ส่งความในใจไปถึง
 
ทั้งที่บรรยากาศก่อนโชว์ถูกเซ็ทเป็นอคาเดมี่ สอนบัลเลต์เบาๆ ทั้งพื้นไม้ปาร์เกต์ เสียงเปียโนรีไซเทิล พาลให้คิดไปว่าคอลเลคชั่นแรกของ K and I คงเดินตามแบรนด์แม่อย่าง Kai ในเรื่องของความหวาน และดีเทลแสนสวีทอย่างแน่นอน แต่เมื่อลุคแรกของโชว์เปิดตัวออกมา ความคาดหวังก็ถูกทำลายไปสิ้นด้วยซิลลูเอทแบบ 70’s จัดๆ กางเกงทรง Bell-Bottomed ถูกแมทช์กับท็อปฟรีฟอร์มไหล่ปาด ดีเอ็นเอเดียวที่เชื่อโยงถึงแบรนด์แม่ได้ก็คือการนำลูกไม้ทอมาใช้อย่างไม่หวงของ แต่หากจะต่างกันด้วยเทคนิค สไตล์ และรสนิยมในการตีความใช้วัสดุสุดละเมียดละไมนี้ไปกับดีเทลแบบสตรีทแวร์ เช่นการแปะเป็นกระเป๋าหลังของกางเกงเดนิมแบบไม่กลัวจะขาดเวลานั่ง นำมาแทรกตามชิ้นผ้าโปร่ง หรือสอดเลเยอร์ไว้ใต้กระโปรงหนังพีวีซี


 ถ้าไม่เกริ่นไว้ตอนก่อนโชว์ว่านี่เป็นหนึ่งในลูกของแบรนด์ Kai แล้วหละก็ K and I อาจจะเป็นอีกโชว์หนึ่งที่ชัดเจนในแง่ของสไตล์ และภาพลักษณ์ (ที่โขกออกมาจากตัวดีไซเนอร์แบบร้อยเปอร์) แต่ในเมื่อคุณเลือกที่จะอยู่ใต้ชายคาแบรนด์ระดับกูตูร์ที่มีชื่อ

เสียงในเรื่องของงานฝีมือ และสไตล์คลาสสิคแล้วหละก็ การตีความแบรนด์ใหม่ออกมาในแง่ของสตรีทแบรนด์ ที่เลือกใช้เอกลักษณ์งานคราฟท์ของแบรนด์แม่อย่างผิวเผินแล้วหละก็ หนทางอันสดใสของ K and I ที่จะหลุดพ้นร่มของ Kai คงยังอีกยาวไกล และต้องใช้ความพยายามของทีมการตลาด และพีอาร์อย่างมาก ในการสร้าง awareness อันชัดเจนให้กับตัวแบรนด์...  
 



ELLE Fashion Week A/W 2010
ELLE Fashion Week A/W 2010
ELLE Fashion Week A/W 2010

 

 
send to friends แนะนำให้เพื่อน


back to main กลับสู่หน้าหลัก


 
 
 


 
shopping directory hungry guide e-Coupon how to get here