
Front Row People ชนชั้นพิเศษประจำแฟชั่นวีคที่ใครๆ ก็อยากเป็น
ผ่านพ้นสัปดาห์แฟชั่นวีค (หลักๆ) ของกรุงเทพฯ ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแต่ละคอลเลคชั่นจะเป็นอย่างไรบ้าง Chicster ก็คงสามารถเช็ครีวิวจากสำนักบล็อกเกอร์ต่างๆ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ที่จะเหลือติดตาคนหลายคนก็คงจะเป็นบรรยากาศของเหล่าบรรดาแฟชันนิสต้า และแฟชันนิสต้าวอนนาบีทั้งหลายที่สรรเซ็ทลุคในแต่ละวัน ไม่ให้ซ้ำหน้าซ้ำตากันเลยทีเดียว และในขณะที่ทีมกองบก. แฟชั่นของเรากำลังรายงานบรรยากาศรันเวย์ทางทวิตเตอร์อย่างเมามันนั้น สายตาก็ได้เหลือบไปเห็นทวิตจำไมแสดงความสงสัยไม่เข้าใจถึง “วัฒนธรรมทางแฟชั่น” ของประชากรแต่งตัวแรงเหล่านี้ เช่น “ช่วงงานแฟชั่นโชว์ บรรยากาศหน้าร้านกาแฟหน้ากลัวมา อย่าเดินผ่านไป เดี๋ยวจะโดนพวกบ้าแฟชั่นจ้องจนไฟลุกท่วมตัว” - “ร้าน Topshop แทบจะไม่มีที่ยืนเลย เพราะเด็กที่มางานแฟชั่นโชว์ เข้าไปยืนลองชุดซื้อเสื้อใหม่กันเต็มร้าน” - “เชื่อมั้ย ผู้ชายก็ใส่กระโปรงได้ ที่ลานหน้าห้าง รีบมาดูกันเร็ว” เป็นต้น แต่ที่สะดุดใจมากที่สุดก็คือ ประโยคแสดงทัศนคติแบบผิดๆ ของน้องเหล่าๆ แฟชั่นรุ๊กกี้ที่ว่า “เคล็ดลับการได้นั่งแถวหน้าคือ แต่งตัวแรงๆ แล้วเดินเบลอๆ ไปนั่ง แค่นี้คนจัดที่ก็ไม่กล้าว่าแล้ว” และนี่คือที่มาของ
ChicMinistry Fashion & Culture แฟชั่นวีคเอดิชั่นไทยๆ ประจำสัปดาห์นี้... Front Row People หรือที่เรียกกันว่า FRP เวลาส่งสัญญาณเตือนกันระหว่างชาว usher ที่ต้องทำหน้าที่ ตรวจบัตรเชิญ จัดที่ในงานแฟชั่นโชว์นั้น ตามคำอธิบายของ คุณนินี ชาลิสา วีรวรรณ นักเขียนแฟชั่น, เพอร์ซัลนัลสไตลิสต์ และล่าสุดกับบทบาทใหม่ของเธอในการ “เล่าสู่กันฟัง” เบื้องลึกเบื้องหน้าเบื้องหลังของวงการแฟชั่นไทยผ่านบล็อค http://tasteofnowhere.wordpress.com ของเธอกล่าวไว้ว่า “FRP ก็คือ 1. คนที่เรา “โอ๊ะ” เวลาเห็นเป็นที่รู้กันเเละได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการทั้งเกียรติเเละความสามารถ มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานเเละพัฒนาประโยชน์ให้วงการเเฟชั่นเเละอยู่เเถวหน้ามาโดยตลอด 2. “A List” เซเลบริตี้หญิงชายที่มาร่วมยินดีรักใคร่กับดีไซน์เนอร์ บางคนเขาส่งชุดไปถึงที่บ้านเพื่อการนี้ 3. ดาราเเละศิลปินที่บางคนใส่ชุดจากคอลเลคชั่นล่ามานั่งสวยสร้างสีสัน จะให้ไปนั่งหลังได้อย่างไร 4. เจ้าของเเบรนด์ เจ้าของสถานที่ เจ้าของ sponsor จากเเขนงต่างๆ ที่ทำให้โชว์นั้นๆเกิดขึ้นได้ 5. เพื่อนฝูงที่สนิทจริงๆ เเก็งค์เดียวกับดีไซน์เนอร์มาพร้อมเสียงกรี๊ด เชียร์กันสุดฤทธิ์ 6. “Top Spenders” ลูกค้าประจำที่รักกันมานาน (ยิ่งถ้าเป็นผู้ใหญ่) เป็นสาวกตัวจริงเสียงจริงซื้อเป็นเเสนๆ บาทขึ้นไป” ซึ่งที่กล่าวมาก็คือ ข้อกำหนดคร่าวๆ ของบุคคลที่จะได้รับเกียรติไปนั่งแถวหน้าของแฟชั่นโชว์ เพื่อให้สมกับศักดิ์ศรี และคุณประโยชน์ที่เอื้อกันมากับแต่ละห้องเสื้อ ซึ่งเป็นธรรมเนียมประจำว่า ในแต่ละโชว์นั้น ที่นั่งพิเศษเหล่านี้จะต้องผ่านการจัดที่นั่ง หรือที่เรียกกันตามภาษาเก๋ๆ ว่า Seatings โดยทีมพีอาร์ของแบรนด์ ทีมจัดการหลักของโชว์ และทีมต้อนรับแขก (Usher) นั่นเอง ซึ่งกว่าจะแต่ละที่นั่งจะลงตัวนั้น ทั้งสามทีมหลักจะได้รับแจกโซนที่นั่งของตัวเอง เพื่อนำไปจัดสรรให้กับแขกพิเศษ
“Seatings เเต่ละโชว์จะเเตกต่างกันไปเเต่ที่เเพลนไว้มักเกิดโกลาหลอย่างเลี่ยงไม่ได้ อ้าวเด็กที่ไหนเบียดเซเลบรุ่นใหญ่ตกขอบ, เเถว 2 บอกมา 3 มาจริง 5 เบียดกันไป, ว้าย! เจ้าของเเบรนด์เสียสละนั่งพื้น, ดาราโดนใครไม่รู้เเย่งที่ เดินไปร้องขอให้ย้าย
ดันตีหน้าตายไม่ลุกทุกคนอึ้ง” คุณนินี เล่าถึงประสบการณ์ 8 ปีเต็มของเธอที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหลากหลาย Fashion Moment อันสำคัญของแฟชั่นแบรนด์ “FRP น้ำใจงามหลายคนจึงถึงกับต้องสละที่สมควรของตนเพราะคนที่มามักขาดความเข้าใจ เเละสำคัญตัวเองผิด ถึงขนาดว่าเเม่ของดีไซน์เนอร์เคยหาที่ลงไม่ได้” ยิ่งสัปดาห์แฟชั่นวีคสองรันเวย์สองสัปดาห์ติด ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทีมแฟชั่นของ ChicMinistry เห็นได้ชัดเลยว่า ความอยากได้อยากเป็นพลเมือง FRP ของชาวแฟชั่นรุ่นกระเตาะนั้นได้พัฒนาดีกรีความรุนแรงสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ มาก จะด้วยเป็นเพราะว่าแฟชั่นวีคครั้งล่าสุดนั้นเป็นมหกรรมแฟชั่นครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรก หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองที่เพิ่งผ่านไป เลยทำให้เมื่อมีโอกาสเปิดก๊อกอีกครั้ง น้ำที่อั้นไว้ก็เลยไหลบ่าออกมาจนเกินพอดี “ล้น” กระฉอกออกมานอกแก้วไปซะ สัปดาห์นี้เราอธิบายถึงคุณสมบัติของการเป็น FRP หรือพลเมืองแฟชั่นแถวหน้าไปแล้ว สัปดาห์หน้าโปรดติดตามอ่านว่าที่จริงแล้ว หน้าที่ และความหมายที่แท้จริงของที่นั่งแถวหน้าที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันหานี้คืออะไร...
|